ประเพณีอังกฤษ

“ Marry in September’s shine, your living will be rich and fine.”
            นับตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ตอนต้น จนถึงศตวรรษที่ 19 ตอนปลายการแต่งงานของหนุ่มสาวจะถูกจัดโดยพ่อแม่หรือผู้ปกครองซึ่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะไม่เคยคุ้นเคยหรือได้สนิทสนมกันเลยจนกระทั่งถึงวันแต่งงาน โดยมากการเจรจาเลือกคู่นั้นพ่อแม่ของเด็กจะคุยกันไว้แล้ว และจัดงานหมั้นหมายตั้งแต่ลูกอายุได้เพียง 3 – 7 ปีเท่านั้น  แล้วคู่บ่าวสาวน้อยๆ ทั้งสองก็จะดำเนินชีวิตอยู่กับรอบครัวของตนตามเดิม มีโอกาสได้เจอกันบางครั้งบางคราวในมื้ออาหารบางมื้อ หรือวันหยุดเทศกาลต่างๆ ต่อมาก็มีการต่อต้านการคลุมถุงชนเยี่ยงนี้โดยคู่บ่าวสาวจะหนีตามกันไปหรือออกไปจัดพิธีแต่งงานกันเอง

 
                ปัจจุบันนี้คู่รักมักจะแต่งงานกันแบบเรียบง่ายไม่ค่อยมีพิธีรีตองเหมือนสมัยก่อนโดยชาวอังกฤษนิยมแต่งงานในช่วงเก็บเกี่ยวจนถึงคริสมาสต์ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่มีความอุดมสมบูรณ์นำความมั่งคั่งมาสู่ทั้งสองตามคำโบราณที่ว่า “ Marry in September’s shine, your living will be rich and fine. ” ก่อนถึงงานแต่งงานจะมีการส่งบัตรเชิญไปให้แขกเหรื่อ มีปาร์ตี้สละโสดของเจ้าบ่าวเจ้าสาว  และที่สำคัญเจ้าสาวจะไม่ยอมใช้นามสกุลของเจ้าบ่าวก่อนพิธีแต่งงานเป็นอันขาด  เพราะถือว่าจะนำโชคไม่ดีมาให้คู่บ่าวสาวมักนิยมนั่งรถ  Rolls Royce มาที่โบสถ์ ระฆังโบสถ์จะดังขณะที่ทั้งสองย่างก้าวเข้าโบสถ์เพื่อเป็นการขับไล่ภูตผีปีศาจ  ข้าวบาร์เลย์จะถูกโยนใส่คู่บ่าวสาวขณะเดินเข้าสู่พิธี ี 

พิธี  มีการถ่ายรูปนอกโบสถ์และงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวัน  ซึ่งชาวอังกฤษเรียกว่า  Wedding Breakfast เมื่อเสร็จพิธี เจ้าสาวจะเดินทางกลับบ้านหลังใหม่หรือบ้านเจ้าบ่าว พร้อมกับถูกโปรยศีรษะด้วยขนมปังเพื่อเป็นสิริมงคลอีกทั้งยังมีเด็กสาวตัวน้อยคอยโปรยดอกไม้ทั่วทางเดินของคู่บ่าวสาวเพื่อเป็นการบ่งบอกว่า ทางเดินชีวิตของเจ้าสาวจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบปราศจากขวากหนามใดๆ และเจ้าบ่าวจะอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตูเพื่ออนำความโชคดีมาสู่เจ้าสาว





   
Copyright 2005
Developed by S-One Technology Co.,Ltd.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement and Privacy Policy. © All rights reserved.
The material on this site may not be reproduced, distributed, transmitted, cached or otherwise
used, except with the prior written permission.